ช่วงที่ทรัมป์ยังเป็น Candidate Trump

ช่วงที่ทรัมป์ยังเป็น Candidate Trump ในปี 2015-16 เขาได้พูดย้ำหลายครั้ง ถึงความไร้ความสามารถของอดีตผู้นำสหรัฐฯ คนก่อนๆ 

จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา

ไม่ว่าจะเป็นรีพับลิกัน (เช่น จอร์จ บุช ผู้ลูก-ที่ทรัมป์ดูหมิ่นเหยียดหยามว่า เป็นทายาทตระกูลนักการเมืองที่ไม่ได้ทำให้อเมริกาดีขึ้น หรือเป็นที่พึ่งของประชากรส่วนใหญ่-ที่เป็นฐานเสียงของทรัมป์ คือ เกษตรกร, ชาวเหมือง, คนตกงาน. คนงานในอุตสาหกรรมน้ำมัน-โดยเฉพาะน้องชายคนสุดท้องของอดีตปธน.จอร์จ บุช คือ นายเจบ บุช อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดา

ที่ขณะนั้นเป็นคู่แข่งคนสำคัญของเขาในช่วงต้นของการหาเสียง-ที่ทรัมป์ถล่มจนต้องตกรอบการแข่งขันตัวแทนของพรรคด้วยการที่ทรัมป์ตั้งฉายาว่า นายเฉื่อย-Low Energy Bush)

หรือแม้แต่จอห์น แมคเคน อดีตนายทหารเรือ (ลูกแม่ทัพเรือ) ที่ถูกจับเป็นเชลยศึกของเวียดกงหลังจากเรือบินเฮลิคอปเตอร์ทิ้งระเบิดของเขาถูกยิงตก-และต่อมาได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงสมัครตำแหน่งปธน.แข่งกับโอบามา-แต่แพ้-และทรัมป์หัวเราะเยาะหยันว่า พรรคเลือกแมคเคนลงแข่งกับโอบามาเป็นการเลือกคนผิด เพราะแมคเคน ที่ได้รับเหรียญกล้าหาญหลังถูกจับทรมานหนักในคุกที่ฮานอย

หลังเวียดกงรู้ว่าเขาเป็นลูกแม่ทัพเรือ-และแมคเคนปฏิเสธไม่ยอมให้ลัดคิวเพื่อให้เขาได้รับการแลกเปลี่ยนเชลย โดยแซงคิวเชลยอเมริกันอื่นๆ เพียงเพราะเขาเป็นลูกแม่ทัพ แมคเคน ถูกทรมานและขังนานถึง 7 ปีเต็ม จนได้เหรียญกล้าหาญเพราะไม่ยอมบอกความลับกับข้าศึกแต่จะยอมตาย-เรื่องนี้คนอเมริกันชื่นชมแมคเคนมาก แต่ทรัมป์หัวเราะเยาะว่า แมคเคนไม่ใช่ Hero (วีรบุรุษ) เพราะเขาถูกจับโดยข้าศึก ถ้าเป็นฮีโร่ของทรัมป์ต้อง (กลิ้งกลอก, กล้าเหลี่ยมจัดแบบเขา) ชาญฉลาดรู้หลบเป็นปีก จนเอาตัวรอดจนได้ ไม่ยอมถูกจับเด็ดขาด!! ทำเอาคนอเมริกันงงไปเลย นอกจากฐานเสียงหัวปักหัวปำของเขาที่ชอบความรู้จักหลบหลีกเอาตัวรอดของเขานั่นเอง!

ทรัมป์ยกตนข่มท่านทั้งก่อนและหลังเลือกตั้งว่าโลกหัวเราะเยาะประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีอดีตผู้นำซึ่งไม่มีความสามารถ (เช่น การขาดดุลการค้ากับทั้งโลก โดยเฉพาะกับจีนหรืออียู จนเขาต้องเข้ามาแก้ปัญหา) และไม่ทำให้บรรดาเหล่าประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ มาตลอด ต้องรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่เรากำลังเผชิญกับสงครามการค้าที่ทรัมป์ประกาศกร้าว และข่มขู่กดดันอย่างไม่ปรานีปราศรัย และแม้ผลข้างเคียงก็คือสหรัฐฯ นั่นแหละที่กำลังจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย ถ้ายังไม่ยอมลดราวาศอกกับประเทศต่างๆ ที่ทรัมป์ไปตั้งกำแพงภาษีสูงๆ เมื่อจะนำสินค้าเข้ามาในประเทศสหรัฐฯ



ทรัมป์พร่ำพูดตลอดว่า ทั่วโลกที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ ต่างหัวเราะเยาะต่อสถานการณ์ที่มีผู้นำสหรัฐฯ ที่โง่เง่า และยังยอมปล่อยให้การได้เปรียบดุลการค้าของประเทศทั้งโลก เพิ่มการได้เปรียบดุลการค้าสูงมากขึ้นๆ ตลอดเวลา โดยอดีตผู้นำสหรัฐฯ ไม่มีปัญญาไปต่อกรด้วย และทิ้งปัญหาเหล่านี้ให้เขาต้องเข้ามาแก้ เขาคือผู้ได้รับคัดเลือก (จากสวรรค์) เป็น-The Chosen Oneให้มาปราบเหล่าอธรรมนั่นเอง!!

โดยเฉพาะปธน.โอบามาจะโดนหนักที่สุดที่ทรัมป์ทั้งโขกทั้งสับ ว่าโลกหัวเราะเยาะโอบามาและสหรัฐฯ (คงไม่ใช่เพราะหน้าตาโอบามาดูจะตลกๆ เพราะหูกางมากๆ เกินสัดส่วนกับใบหน้า!) เพราะโอบามาไม่กล้าเผชิญหน้าเอาจริงกับซีเรีย กรณีมี (การสร้าง) หลักฐานว่า ซีเรียใช้ “อาวุธเคมี” ในการปราบปรามประชาชนของตนเองที่ออกมาประท้วง ตั้งแต่ Arab Spring ปี 2011…ทั้งๆ ที่โอบามาเคยขีดเส้นแดงว่า ถ้าผู้นำซีเรียใช้อาวุธเคมีกับประชาชนละก้อ โอบามาจะส่งกองกำลังสหรัฐฯ ไปจัดการโค่นผู้นำซีเรีย (บาชาร์ อัล-อัสซาด) ทันที…ปรากฏว่าโอบามากลับนำเรื่องเข้าสภาเพื่อพิจารณาจะส่งกองทัพไปถล่ม ทั้งๆ ที่หลักฐานการใช้อาวุธเคมียังเป็นที่ถกเถียงว่า ผู้นำซีเรียใช้จริงหรือไม่ หรือถูกสวมรอยเพื่อการกล่าวหาเท่านั้น

บังเอิญมีระฆังช่วยไว้ คือ ปูติน เสนอขออเมริกาไม่ต้องส่งกองทัพไปปราบผู้นำซีเรีย แต่รัสเซียเสนอตัวเพื่อเจรจากับซีเรีย (ซึ่งผู้นำซีเรียปฏิเสธไม่ได้ใช้อาวุธเคมี) เพื่อขอปลดอาวุธเคมีจากซีเรียทั้งหมด เพื่อไม่โดนถูกกล่าวหา (ฟรีๆ) อีกต่อไป และให้ยูเอ็นเข้าไปปลดอาวุธเคมีออกจากซีเรียทั้งหมด

ทรัมป์บอกว่า โอบามาถูกหลอกและเป็นคนไม่เด็ดขาด ทำให้ประเทศสหรัฐฯ ขายหน้าถูกหัวเราะเยาะจากทั้งโลก

มีเรื่องที่โอบามาทำสัญญากับอิหร่านเพื่อให้หยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ไปอีก 10 ปี…เป็นข้อตกลงร่วมกับอียูและยูเอ็น ซึ่งทรัมป์หัวเราะเยาะว่า เป็นสัญญาที่โง่เง่าที่สุด ที่เขาย้ำว่า “No Deal is Better Than a Bad Deal” และทรัมป์ได้ฉีกสัญญานี้ทิ้งในปีแรกที่เข้าทำเนียบขาว

แล้วยังมีข้อตกลงสู้โลกร้อนที่ปารีส

ที่ทรัมป์เยาะหยันโอบามาว่า ไปเสียรู้กับการลงนามข้อตกลงนี้ ที่ทำให้ผู้ผลิตอเมริกันเสียเปรียบในการเพิ่มต้นทุนการผลิต ถ้ามัวแต่ต้องบำบัดทั้งน้ำ, อากาศ ก่อนปล่อยออกจากโรงงาน หรือจากท่อไอเสียต่างๆ-ทรัมป์ฉีกสัญญานี้ทิ้งทันที และเยาะว่า เป็นทฤษฎีโลกร้อนที่โกหก หรือเป็นแนวคิดของพวกซ้ายที่ต่อต้านทุนนิยมที่พยายามเพิ่มต้นทุนให้ระบบทุนนิยมต้องล่มสลาย!!

แต่ในการประชุมครบรอบ 70 ปีของนาโตที่ลอนดอนต้นอาทิตย์นี้ ปรากฏว่าเหล่าผู้นำได้แอบนินทาหัวเราะเยาะทรัมป์ ข่าวกีฬา ในช่วงงานค็อกเทล (ก่อนเข้านั่งรับประทานอาหารค่ำที่พระราชินีอังกฤษพระราชทาน) ที่ก๊วนย่อยๆ ประกอบด้วยนายกฯ ทรูโด แห่งแคนาดา, นายกฯ บอริส จอห์นสัน แห่งอังกฤษ (เจ้าภาพ), ปธน.มาครง แห่งฝรั่งเศส, นายกฯ หนุ่มล่าสุดของเนเธอร์แลนด์ (ที่มีสมญาว่า ทรัมป์แห่งยุโรป) รวมทั้งเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ ต่างหัวเราะงอหาย เมื่อนายกฯ ทรูโด และอีก 2-3 คน-(บอริส และมาครง ร่วมสมทบ) นินทาทรัมป์ถึงการแถลงข่าวของทรัมป์ที่ยาวผิดปกติ (45 นาที) จนทีมงานของทรัมป์… “คางยาวยืดด้วยความเหนื่อยอ่อน” -และก่อนนั้น มาครงก็เชือดเฉือนคารมกับทรัมป์เรื่องนาโตสมองตาย เพราะฝ่ายนำของนาโตคือ สหรัฐฯ กำลังไม่ให้ความสำคัญกับนาโต-รวมทั้งการทวงเงินงบประมาณกลาโหม 2% ของจีดีพีที่สหรัฐฯ นาโตยังให้ไม่ครบ ทั้งๆ ที่เงินงบประมาณนี้หลายประเทศในนาโตได้ทุ่มให้อย่างจริงจัง

นับเป็นการประชุมนาโตครบรอบ 70 ปีที่มีการขบจิกกันชนิดไม่น่าจะวางใจสนิทกันในการทำงานด้านความมั่นคงกันได้อีกต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *